คุณจะออกจาก สตราสบูร์ก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองของ สตราสบูร์ก และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างการเดินทาง ขณะที่คุณมาถึง เบอร์ลิน เฮาน์บอร์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของ เบอร์ลิน.
คุณจะออกจาก สตราสบูร์ก ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองของ สตราสบูร์ก และเพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันสวยงามระหว่างการเดินทาง ขณะที่คุณมาถึง เบอร์ลิน เฮาน์บอร์ฟ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางของ เบอร์ลิน.
การเดินทางโดยรถไฟจาก สตราสบูร์ก ไปยัง เบอร์ลิน เป็นประสบการณ์ที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางที่รักการสำรวจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ยุโรป ด้วยระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร, การเดินทางโดยรถไฟเร็วที่สุดใช้เวลาประมาณ 7-8 ชั่วโมง, เริ่มต้นจาก สถานีรถไฟสตราสบูร์ก และสิ้นสุดที่ สถานีรถไฟเบอร์ลิน Hauptbahnhof ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่ทันสมัยและใหญ่ที่สุดในยุโรป.
ผ่านเมืองสำคัญๆ เช่น ฟรังก์เฟิร์ต และ ฮันโนเวอร์, ทั้งสองเมืองนี้เป็นจุดเชื่อมโยงสำคัญในเส้นทางรถไฟของเยอรมนี โดยเฉพาะ ฟรังก์เฟิร์ต ที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินและมีสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ.
ในขณะที่ ฮันโนเวอร์ มีบทบาทสำคัญในการคมนาคมขนส่งและเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวอุดมสมบูรณ์ทำให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจระหว่างการเดินทาง.
ตลอดเส้นทาง, ผู้โดยสารจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่หลากหลาย ตั้งแต่ทุ่งนาของอัลซัสในฝรั่งเศสจนถึงทิวทัศน์ธรรมชาติและเมืองที่เจริญรุ่งเรืองของเยอรมนี. การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการย้ายจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่ยังเป็นการเดินทางผ่านหน้าประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของยุโรปที่ไม่เหมือนใคร.
ใช้โอกาสนี้สำรวจ สตราสบูร์ก กับมรดกโลกอย่างมหาวิหารสตราสบูร์กก่อนออกเดินทาง และสัมผัสบรรยากาศของ เบอร์ลิน ที่มีชีวิตชีวา พร้อมเยี่ยมชมประตู Brandenburg และกำแพงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและการรวมศูนย์.

เวลาเดินทางโดยประมาณจาก สตราสบูร์ก ถึง เบอร์ลิน อยู่ที่ประมาณ 7-8 ชั่วโมง
การเดินทางที่เร็วที่สุดคือการใช้รถไฟ ICE (InterCity Express) จาก สตราสบูร์ก ไปยัง เบอร์ลิน.
ราคาตั๋วโดยเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 100-200 € ขึ้นอยู่กับการจองล่วงหน้าและช่วงเวลา.
ไม่ ผู้โดยสารต้องเปลี่ยนขบวนที่ แฟรงค์เฟิร์ต หรือ มานไฮม์.
ระยะทางโดยรถไฟระหว่าง สตราสบูร์ก และ เบอร์ลิน อยู่ที่ประมาณ 800 กิโลเมตร.
ขบวนรถจะหยุดที่เมืองหลักๆ เช่น คาร์ลสรูห์, แฟรงค์เฟิร์ต, และ มานไฮม์ ก่อนที่จะถึง เบอร์ลิน.
สำรวจสตราสบูร์ก เมืองที่อยู่ริมแม่น้ำไรน์ในภาคตะวันออกของฝรั่งเศส ซึ่งมีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตชีวา ต่อไปนี้คือสถานที่ไม่ควรพลาดเมื่อคุณมาเยือน:
มหาวิหาร Notre-Dame de Strasbourg: โบสถ์แบบโกธิคยิ่งใหญ่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 1,000 ปี มีชื่อเสียงด้วยหน้าต่างสตนเนอร์ใหญ่และนาฬิกาดาราศาสตร์ที่น่าทึ่ง ตั้งอยู่ใจกลางเมือง การเยี่ยมชมนั้นฟรี และเปิดให้บริการทุกวันจากเวลา 07:00 ถึง 19:00 น.
La Petite France: ย่านเก่าแก่ที่มีบ้านไม้สมัยกลางและคลองที่ทอดยาว ที่นี่เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพ บริเวณนี้เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการถ่ายรูป และไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม.
พิพิธภัณฑ์ Alsace: สำรวจวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของภูมิภาค Alsace พิพิธภัณฑ์นี้เปิดบางวันตามฤดูกาล ค่าเข้าชมอยู่ที่€6 และตั้งอยู่ในระยะเดินจาก La Petite France.
พระราชวังโรห์อัง: พิพิธภัณฑ์ศิลปะที่อยู่ในพระราชวังที่สวยงาม จัดแสดงผลงานศิลปะจากยุคกลางจนถึงยุคสมัยใหม่ ค่าเข้าชม€11 และเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์.
อาคารสภายุโรป: สัมผัสบรรยากาศการเมืองของยุโรปในอาคารโมเดิร์น ที่สำคัญนี้ การเข้าชมต้องจองล่วงหน้า.
อาคาร Place Kléber: จัตุรัสหลักของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านค้าและเรือนแก้ว สถานที่นี้ซึ่งมักจัดงานต่างๆ นับเป็นหัวใจของเมือง.
Parc de l'Orangerie: สวนสาธารณะที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ตั้งอยู่ใกล้กับสภายุโรป เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจและเพลิดเพลินกับธรรมชาติ.
การเดินทางรอบสตราสบูร์กนั้นง่ายดายด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ หรือคุณสามารถเช่าจักรยานเพื่อสำรวจย่านเมืองเก่าได้อย่างใกล้ชิด อย่าลืมลิ้มรสซูเคราต อาหารพื้นเมืองที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว!

ตั้งอยู่ใจกลางยุโรป, เบอร์ลิน เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักเดินทางที่หลงใหลในวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์
ประตู Brandenburg: สัญลักษณ์ของเมืองเบอร์ลินและเป็นหนึ่งในโครงสร้างสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกที่สำคัญที่สุดในยุโรป ตั้งอยู่ที่ Pariser Platz และสร้างขึ้นในช่วงปี 1788 ถึง 1791. ไม่มีค่าใช้จ่ายในการชมและเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบสำหรับการถ่ายภาพในเวลากลางคืน
กำแพงเบอร์ลิน: ซากปรักหักพังของกำแพงที่เคยแบ่งเบอร์ลินตะวันออกและตะวันตก สถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ตั้งอยู่ที่ East Side Gallery ซึ่งเป็นหอศิลป์กลางแจ้งที่มีผลงานศิลปะจากศิลปินทั่วโลก
พระราชวัง Charlottenburg: สร้างขึ้นในปี 1695 และเป็นพระราชวังแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดในเบอร์ลิน ตั้งอยู่ใน Spandauer Damm และเปิดทุกวันยกเว้นวันจันทร์ มีค่าเข้าชมประมาณ €12 ให้คุณสัมผัสกับความหรูหราของยุคกษัตริย์ปรัสเซีย
พิพิธภัณฑ์เกาะ: คอมเพล็กซ์พิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมผลงานศิลปะและวัตถุโบราณมากมาย ตั้งอยู่บนเกาะในแม่น้ำ Spree ค่าเข้าชมแต่ละพิพิธภัณฑ์ประมาณ €10 ถึง €14
ประภาคารอเล็กซานเดอร์พลาทซ์: เป็นจุดชมวิวที่ยอดเยี่ยมของเบอร์ลิน สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมือง 360 องศา ตั้งอยู่ใน Alexanderplatz, ค่าเข้าชมประมาณ €5 ถึง €7
สภาเมือง Reichstag: อาคารรัฐสภาที่มีโดมกระจกอันเป็นสัญลักษณ์ ตั้งอยู่ใน Platz der Republik ให้บริการทัวร์ฟรี แต่ต้องจองล่วงหน้า
โบสถ์ Gedächtniskirche: ถูกทำลายโดยการโจมตีทางอากาศในสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจถึงความหายนะของสงคราม ตั้งอยู่ที่ Breitscheidplatz ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชม
การสำรวจเบอร์ลินโดยรถไฟหรือรถประจำทางเป็นตัวเลือกที่สะดวกสบาย ช่วยให้คุณสามารถเดินทางไปยังจุดสำคัญต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย อย่าลืมลิ้มลองCurrywurst อาหารท้องถิ่นเบอร์ลินที่เป็นที่นิยม รสชาติอร่อยล้ำที่ไม่ควรพลาด

สถานีรถไฟหลักของสตราสบูร์ก คือ Gare de Strasbourg-Ville เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัฟ่พร้อมกับบริการรถไฟที่ครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ เช่น ปารีส, ฟรังก์เฟิร์ต และบาเซิล นอกจากนี้ยังมีการเชื่อมต่อกับรถไฟท้องถิ่นและระยะไกลอื่นๆ เช่น TER Grand Est ที่เชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคอัลซัสและโลรีน
ที่อยู่ของสถานี Gare de Strasbourg-Ville อยู่ที่ Place de la Gare, 67000 Strasbourg, France สถานีเปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 04:30 น. ถึง 01:30 น. สถานีนี้ยังมีบริการเก็บกระเป๋า ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสำรวจเมืองโดยไม่ต้องหอบกระเป๋าหนักๆ ติดตัวไปมา
สถานีรถไฟหลักของเบอร์ลินคือ เบอร์ลิน ฮัปท์บอนฮอฟ (Berlin Hauptbahnhof) ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป นอกจากนี้ยังมีสถานีรถไฟสำคัญอื่นๆ ในเมือง เช่น เบอร์ลิน ออสท์บอนฮอฟ (Berlin Ostbahnhof) และ เบอร์ลิน ซูดครอยทซ์ (Berlin Südkreuz) ที่มีบริการรถไฟที่เชื่อมต่อไปยังหลายเมืองใหญ่ในเยอรมนีและยุโรป.
สถานี เบอร์ลิน ฮัปท์บอนฮอฟ ตั้งอยู่ที่ Europlatz 1 ในเบอร์ลิน มีเวลาทำการตั้งแต่เวลา 00:00 น. ถึง 24:00 น. ทุกวัน ที่สถานีนี้ยังมีบริการ เก็บกระเป๋า ให้บริการแก่ผู้โดยสาร ทำให้สามารถเดินทางชมเมืองได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกระเป๋าสัมภาระระหว่างรอเวลาเดินทางต่อ.
จองล่วงหน้า:
เช่นเดียวกับค่าตั๋วเครื่องบิน ราคาตั๋วรถไฟมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อใกล้ถึงวันเดินทาง การจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนสามารถช่วยคุณประหยัดเงินได้มาก
เดินทางในช่วงเวลาที่ไม่ค่อยมีคนใช้บริการ:
หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงเวลาที่มีคนใช้บริการมาก เช่น เช้าวันธรรมดาและช่วงเย็น เลือกเดินทางในช่วงกลางวัน ช่วงเย็น หรือช่วงกลางสัปดาห์เมื่อมีความต้องการน้อยกว่า
พิจารณารถไฟที่ช้าลงหรือเส้นทางที่ไม่วิ่งตรง:
รถไฟด่วนหรือรถไฟความเร็วสูงอาจประหยัดเวลา แต่ก็มักจะแพงกว่า การเลือกใช้บริการรถไฟท้องถิ่นหรือบริการที่ช้าลงสามารถลดค่าโดยสารได้
มองหาข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่น:
ผู้ประกอบการรถไฟบางครั้งมีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษ โดยเฉพาะในช่วงฤดูที่ไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยว การสมัครรับจดหมายข่าวอาจคุ้มค่า นอกจากนี้ยังมีส่วนลดตั๋วกลุ่มหรือตั๋วไปกลับบางครั้ง ดังนั้นพิจารณาตัวเลือกเหล่านี้หากเหมาะสมกับแผนการเดินทางของคุณ